กลับไปหน้ารวมบทความ
เปิดทำเล “กรุงเทพฯ-ปริมณฑล” น่าลงทุน อสังหาฯ แนะเลี่ยง 4 จังหวัดคอนโดน่าห่วง
อสังหาริมทรัพย์23 มีนาคม 2569

เปิดทำเล “กรุงเทพฯ-ปริมณฑล” น่าลงทุน อสังหาฯ แนะเลี่ยง 4 จังหวัดคอนโดน่าห่วง

ถอดรหัสทำเลทอง! 🏡 เจาะลึกตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2569: คอนโดที่ไหนน่าลงทุน บ้านจัดสรรตรงไหนน่าซื้อ (และที่ไหนควรเลี่ยง!)

ในฐานะนักลงทุนหรือผู้ที่กำลังมองหาบ้านในฝันสักหลัง ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยเองหรือเพื่อสร้างผลตอบแทน สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องเจอคือความสับสนในการเลือก “ทำเล” ที่ใช่ใช่ไหมคะ? ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เต็มไปด้วยโครงการมากมาย ทำให้การตัดสินใจลงทุนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ บางคนอาจกังวลว่าซื้อไปแล้วจะปล่อยเช่ายาก หรือราคาจะไม่เติบโตตามที่คาดหวัง ในขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องคิดหนักว่าจะพัฒนาโครงการประเภทไหน ในทำเลใด ถึงจะตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด

วันนี้ Luckproperty จะพาคุณมาถอดรหัสข้อมูลสำคัญจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และนครปฐม เพื่อให้เราทุกคนมองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะว่าทำเลไหนที่ยังน่าไปต่อ และทำเลไหนที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ! ✨

ภาพรวมตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล: ตรวจสุขภาพกันหน่อย! 🌡️

คุณสิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ฝ่ายบริหาร (REIC) ได้ฉายภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่ายอดขายลดลงถึง 64.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าที่ลดลง 65.3% เลยนะคะ นั่นหมายความว่าจำนวนหน่วยที่ยังรอการขาย (เหลือขาย) ก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 225,901 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.46 ล้านล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ

จากตัวเลขเหล่านี้ ทำให้เราเห็นว่าสินค้าที่รอการขายยังคงมีปริมาณมากพอสมควร โดยมีอัตราการดูดซับ (Absorption Rate) หรืออัตราการขายต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8% ซึ่งคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 53 เดือน กว่าจะระบายสินค้าที่เหลืออยู่ในตลาดได้หมด ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายที่ทั้งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการจะต้องเจอค่ะ

ในบางพื้นที่ เราจะเห็นว่ามีทั้งความต้องการซื้อ (Demand) และจำนวนโครงการที่สร้างขึ้นมา (Supply) หนาแน่นมาก แต่ในบางพื้นที่กลับมีอสังหาริมทรัพย์บางประเภทเท่านั้นที่มีดีมานด์มากกว่าอีกประเภทหนึ่ง ทำให้หลังจากนี้ การพิจารณาพัฒนาโครงการในแต่ละทำเล จำเป็นต้องเจาะลึกและละเอียดมากขึ้นค่ะ

ทำความรู้จัก “อัตราดูดซับ” (Absorption Rate) ตัวช่วยประเมินสุขภาพตลาด 📈

REIC ใช้อัตราดูดซับต่อเดือนเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัด “สุขภาพ” ของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งแบ่งระดับความเสี่ยงได้ชัดเจนเลยนะคะ โดยมีเกณฑ์ดังนี้ค่ะ

  • ตลาดวิกฤต (ความเสี่ยงสูง): อัตราดูดซับบ้านจัดสรรน้อยกว่า 1.5% และคอนโดมิเนียมน้อยกว่า 2% แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่สินค้าจะล้นตลาด หรือขายได้ช้าเกินไปค่ะ

เมื่อเข้าใจเกณฑ์นี้แล้ว เราก็มาดูกันเลยค่ะว่าทำเลไหนที่ REIC แนะนำว่ายังน่าสนใจ และทำเลไหนที่ควรหลีกเลี่ยง โดยแบ่งตามประเภทของที่อยู่อาศัยนะคะ

ทำเล “บ้านจัดสรร” ที่ยังไปต่อได้ดีในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 🏡

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือบ้านแฝดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำเลเหล่านี้ถือเป็นโซนที่น่าสนใจสำหรับการพิจารณาพัฒนาโครงการหรือลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนค่ะ

ในเขตกรุงเทพมหานคร

  1. ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง: 🌳

    • ยอดขาย: 27 หน่วย
    • เหลือขาย: 150 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 5.1%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 17 เดือน
    • ข้อคิด: เป็นทำเลที่ยังคงมีศักยภาพสูง ด้วยการเข้าถึงขนส่งสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันค่ะ
  2. ยานนาวา-บางคอแหลม: ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 🏞️

    • ยอดขาย: 8 หน่วย
    • เหลือขาย: 38 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 5.8%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 14 เดือน
    • ข้อคิด: ทำเลนี้โดดเด่นเรื่องบรรยากาศ และการเชื่อมต่อเมือง ทำให้ดีมานด์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องค่ะ
  3. สีลม-สาทร-บางรัก: ใจกลางเมืองธุรกิจ 🏢

    • ยอดขาย: 1 หน่วย
    • เหลือขาย: 3 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 8.3%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 9 เดือน
    • ข้อคิด: แม้จะมีจำนวนหน่วยน้อย แต่เป็นทำเลทองที่มีความต้องการสูงเสมอ โดยเฉพาะโครงการระดับลักซ์ชูรีค่ะ

ทำเล “คอนโด” ที่ยังฮอตในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 🏙️

แม้ภาพรวมตลาดคอนโดจะชะลอตัว แต่ก็ยังมีบางทำเลที่ยังคงมีอัตราดูดซับที่ดี และน่าสนใจสำหรับการลงทุนค่ะ

  1. คลองหลวง (ปทุมธานี): ใกล้มหาวิทยาลัยและนิคมอุตสาหกรรม 🎓

    • ยอดขาย: 572 หน่วย
    • เหลือขาย: 2,582 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 6.0%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 14 เดือน
    • ข้อคิด: เป็นทำเลที่มีประชากรวัยเรียนและวัยทำงานสูง ทำให้ดีมานด์เช่าและซื้อยังคงคึกคักค่ะ
  2. เมืองสมุทรสาคร (สมุทรสาคร): ศูนย์กลางเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก 🚢

    • ยอดขาย: 22 หน่วย
    • เหลือขาย: 104 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 5.8%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 14 เดือน
    • ข้อคิด: ด้วยความเป็นเมืองท่าและแหล่งอุตสาหกรรม ทำให้มีดีมานด์จากคนทำงานและนักลงทุนในท้องถิ่นค่ะ
  3. นครปฐม (นครปฐม): เมืองแห่งการศึกษาและแหล่งงาน 🌾

    • ยอดขาย: 26 หน่วย
    • เหลือขาย: 123 หน่วย
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 5.8%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 14 เดือน
    • ข้อคิด: คล้ายกับคลองหลวง นครปฐมเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีการเติบโตด้านการศึกษาและเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ดีค่ะ

4 จังหวัดปริมณฑลที่ต้องระวัง! ⚠️ แนะให้เลี่ยงลงทุนคอนโดฯ

อย่างไรก็ตาม คุณสิทธิเพ็ญยังได้ย้ำเตือนว่าภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมยังคงชะลอตัวและยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบางจังหวัดที่มีอัตราการดูดซับต่อเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ซัพพลายจะล้นตลาดและขายได้ยากขึ้นค่ะ จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนพิจารณาเลี่ยงการพัฒนาโครงการหรือการลงทุนในทำเลเหล่านี้เป็นพิเศษนะคะ

เมื่อวัดจากอัตราการดูดซับต่อเดือนแล้ว จังหวัดที่น่ากังวลมากที่สุด ได้แก่:

  1. สมุทรสงคราม: 🛶

    • ทำเลที่น่ากังวล: เมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ (ซึ่งเป็นโซนที่ REIC ระบุว่าอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับคอนโด)
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 1.4% (ต่ำกว่าเกณฑ์วิกฤต 2% ของคอนโดอย่างชัดเจน)
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 67-68 เดือน
    • ข้อคิด: ใช้เวลานานมากในการระบายสินค้า ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะตลาดที่อิ่มตัวหรือมีอุปทานมากเกินไปเมื่อเทียบกับอุปสงค์ค่ะ
  2. สมุทรสาคร: (สำหรับคอนโดบางทำเล) 🦐

    • ทำเลที่น่ากังวล: กระทุ่มแบน-บ้านแพ้ว
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 2.0% (แตะเกณฑ์วิกฤต)
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 47 เดือน
    • ข้อคิด: แม้จะยังไม่วิกฤตเท่าสมุทรสงคราม แต่ก็อยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดค่ะ
  3. นครปฐม: (สำหรับคอนโดบางทำเล) 🐘

    • ทำเลที่น่ากังวล: เมืองนครปฐม
    • อัตราดูดซับต่อเดือน: 2.7%
    • คาดการณ์ขายหมดใน: 34 เดือน
    • ข้อคิด: แม้จะดูดีกว่าสองทำเลแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังใช้เวลาในการระบายสินค้าค่อนข้างนาน เมื่อเทียบกับทำเลน่าสนใจอื่น ๆ ที่ใช้เวลาแค่ 14 เดือนค่ะ

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเน้นไปที่สถานการณ์ของตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลเหล่านี้ ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลคอนโดมิเนียมที่ "ไปต่อได้" ในจังหวัดเดียวกันค่ะ สะท้อนให้เห็นว่าแม้จังหวัดเดียวกัน ก็อาจมีสถานการณ์ตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละพื้นที่ย่อยนะคะ

สรุปและข้อคิดดี ๆ สำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อบ้าน 💡

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เราคงได้เห็นแล้วนะคะว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงมีความน่าสนใจในหลาย ๆ จุด แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องระมัดระวังเช่นกันค่ะ หัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียม ก็คือ "การศึกษาข้อมูลทำเลอย่างละเอียด" ค่ะ

การเลือกทำเลที่เหมาะสมกับประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่เราสนใจ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี และลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากเลยนะคะ อย่าเพิ่งท้อแท้กับตัวเลขที่ดูน่ากังวลไปทั้งหมดค่ะ เพราะในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ขอแค่เราเตรียมตัวให้พร้อม มีข้อมูลที่แน่นหนา และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้การตัดสินใจของคุณแม่นยำยิ่งขึ้นนะคะ Luckproperty ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเลือกที่อยู่อาศัยและการลงทุนค่ะ! 😊


Good Pro Estate Co., Ltd. พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรให้คุณค่ะ ไม่ว่าคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือต้องการคำแนะนำด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอนนะคะ

📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282 📱 LINE: @goodproestate 🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com

เปิดทำเล “กรุงเทพฯ-ปริมณฑล” น่าลงทุน อสังหาฯ แนะเลี่ยง 4 จังหวัดคอนโดน่าห่วง | LuckProperty Blog | LuckProperty