กลับไปหน้ารวมบทความ
🏡 ลดภาระดอกเบี้ยบ้านปี 2569: รีไฟแนนซ์-รีเทนชั่น ทางเลือกไหนดีที่สุด? พร้อมเทียบดอกเบี้ย 8 ธนาคารเด่น!
Home Financing28 มีนาคม 2569

🏡 ลดภาระดอกเบี้ยบ้านปี 2569: รีไฟแนนซ์-รีเทนชั่น ทางเลือกไหนดีที่สุด? พร้อมเทียบดอกเบี้ย 8 ธนาคารเด่น!

สำหรับหลาย ๆ ท่านที่กำลังผ่อนบ้านหรือคอนโดอยู่ คงคุ้นเคยกันดีกับความรู้สึกที่ว่า "ทำไมดอกเบี้ยบ้านมันเยอะจังเลยนะ" ใช่ไหมคะ? ในช่วงปีแรก ๆ ที่ผ่อนบ้าน สัดส่วนของเงินที่เราจ่ายไปมักจะถูกนำไปหักดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ทำให้รู้สึกว่าผ่อนไปเท่าไหร่ เงินต้นก็ลดลงนิดเดียว แถมระยะเวลาผ่อนก็ดูเหมือนจะนานแสนนานเหลือเกิน

แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ! วันนี้ Luckproperty มีทางออกดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการภาระหนี้บ้านได้อย่างชาญฉลาด นั่นก็คือการ "รีไฟแนนซ์ (Refinance)" และ "รีเทนชั่น (Retention)" ค่ะ สองวิธีนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินดอกเบี้ยได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้เงินต้นลดลงเร็วขึ้น และอาจจะช่วยลดภาระผ่อนต่อเดือนของคุณให้สบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้นด้วยนะคะ

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่าง ข้อดี ข้อควรพิจารณาของทั้งสองวิธี รวมถึงอัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่น่าสนใจจาก 8 ธนาคารชั้นนำประจำเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าทางเลือกไหนเหมาะสมกับคุณมากที่สุดค่ะ

รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น: แตกต่างกันอย่างไร? 🤔

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจสองคำนี้กันก่อนนะคะ ว่าคืออะไรและต่างกันอย่างไร

รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?

รีไฟแนนซ์ คือ การย้ายหนี้สินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปทำสัญญาใหม่กับธนาคารอื่นค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว คนส่วนใหญ่มักจะพิจารณารีไฟแนนซ์เมื่อผ่อนบ้านมาได้ประมาณ 3 ปีขึ้นไป หรือตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญากู้บ้านเดิม ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมักจะปรับสูงขึ้น

การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้คุณได้เลือกธนาคารใหม่ที่เสนออัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่น่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งเป็นข้อดีหลักที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและยอดผ่อนต่อเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญเลยค่ะ

รีเทนชั่น (Retention) คืออะไร?

รีเทนชั่น คือ การขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิมที่คุณผ่อนอยู่ค่ะ วิธีนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดเตรียมเอกสารใหม่ ๆ เหมือนกับการรีไฟแนนซ์ เพราะคุณยังคงทำธุรกรรมกับธนาคารเดิม ธนาคารจะพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระที่ผ่านมาของคุณเป็นหลัก หากคุณมีประวัติผ่อนดี ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับการพิจารณาอนุมัติให้ปรับลดดอกเบี้ยลงค่ะ

ข้อดีของรีเทนชั่นคือรวดเร็วและสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการมากเหมือนการย้ายธนาคาร แต่ข้อเสนอที่ได้อาจจะไม่ดีเท่ากับการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่ที่แข่งขันกันเสนอโปรโมชันพิเศษนะคะ

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปี จาก 8 ธนาคารเด่น ประจำเดือนมีนาคม 2569 ✨

ข้อมูลที่เรานำมาฝากในวันนี้เป็นการรวบรวมอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีที่ต่ำที่สุดจากธนาคารต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะใช้อัตราดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่าธนาคารไหนน่าสนใจบ้าง

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank) 🏡

เป็นธนาคารที่น่าจับตาที่สุด ด้วยอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุดเพียง 2.66% สำหรับสินเชื่อ "บ้านเบอร์ 5 ปี 2569" ที่เน้นโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองจาก กฟผ. และมีเงื่อนไขการทำประกัน นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อ "บ้านสุขสันต์ ปี 2569" สำหรับลูกค้าปัจจุบันของสถาบันการเงินอื่นที่มีประวัติผ่อนดี เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% และยังมี "สินเชื่อ Senior Home 4U ปี 2569" สำหรับผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอด 3 ปีแรกต่ำสุด 2.58% เลยนะคะ

2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) 💰

เสนออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีต่ำสุดที่ 2.75% สำหรับหลักประกันประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย ราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน และยังฟรีค่าประเมินหลักประกันให้ด้วยนะคะ หากลูกค้าเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/MLTA) จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ต่อปีในปีแรกด้วยค่ะ

3. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) 💙

สำหรับลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB Payroll และสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุดที่ 2.79% พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย เช่น ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง และฟรีค่าธรรมเนียมธนาคารต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม "ผ่อนดีมีรางวัล" สำหรับคนผ่อนดี ให้ดอกเบี้ยพิเศษตลอดสัญญาในปีที่ 4 เป็นต้นไป โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.24% ต่อปีนะคะ

4. ธนาคารกรุงไทย (KTB) 🏦

มอบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุดที่ 2.79% สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมทางเลือกผ่อนต่ำล้านละ 3,500 บาทต่อเดือนในปีแรก หากคุณทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์แบบไม่ทำประกันที่น่าสนใจ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุดที่ 2.89% และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินเลยนะคะ

5. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) 🏘️

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เสนออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดที่ 2.95% สำหรับลูกค้าที่ทำประกัน MRTA/MLTA โดยมีทางเลือกทั้งแบบไม่ฟรีค่าจดจำนองและฟรีค่าจดจำนอง นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการทำประกัน MRTA/MLTA ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 3.05% ด้วยค่ะ

6. ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) 💚

สำหรับผู้ที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารกสิกรไทย และทำประกันตามเงื่อนไข จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดที่ 2.95% โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้งแบบดอกเบี้ยคงที่ปีแรก และแบบดอกเบี้ยคงที่เท่ากันทั้ง 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านใหม่จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คู่ค้า โดยธนาคารจะช่วยออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ด้วยนะคะ

7. ธนาคารกรุงเทพ (BBL) 🔵

ธนาคารกรุงเทพมีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีต่ำสุดที่ 3.05% สำหรับหลักทรัพย์ที่อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการที่มีข้อตกลงกับธนาคาร หรือที่อยู่อาศัยทั่วไปที่มีวงเงินอนุมัติตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังฟรีค่าสำรวจและประเมินหลักประกัน และสามารถรับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษในปีแรกอีก 0.5% หากสมัครพร้อมประกันชีวิตคุ้มครองเครดิตด้วยค่ะ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 💜

ธนาคารไทยพาณิชย์เสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดที่ 3.49% สำหรับวงเงินสินเชื่อเคหะเท่าหนี้เดิม หากลูกค้าเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (Credit Life) ก็จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษยิ่งขึ้น ส่วนแบบไม่ทำประกันก็มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดที่ 3.74% โดยให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกันตามราคาประเมินเลยนะคะ

หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงอีกครั้งนะคะ

8 ขั้นตอนสำคัญในการรีไฟแนนซ์บ้านที่คุณควรรู้ 📝

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะรีไฟแนนซ์ มีขั้นตอนที่คุณต้องเตรียมตัวและดำเนินการดังนี้นะคะ

  1. ติดต่อธนาคารเดิม: เพื่อขอเอกสารสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้านที่เหลืออยู่ ซึ่งบางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ค่ะ

  2. ยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่: นำเอกสารยอดหนี้ไปยื่นกับธนาคารใหม่ที่คุณสนใจ (หรือยื่นกับธนาคารเดิมหากเลือกรีเทนชั่น)

  3. ประเมินหลักทรัพย์: เจ้าหน้าที่จากธนาคารใหม่จะเข้ามาประเมินมูลค่าบ้านหรือทรัพย์สินที่คุณต้องการรีไฟแนนซ์ค่ะ

  4. รอผลอนุมัติ: หลังจากประเมินแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการรอฟังผลการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารค่ะ

  5. ติดต่อธนาคารเดิมเพื่อไถ่ถอน: เมื่อได้รับการอนุมัติจากธนาคารใหม่แล้ว ให้ติดต่อธนาคารเดิมเพื่อแจ้งวันไถ่ถอนหนี้ที่สำนักงานที่ดิน โดยเตรียมเงินต้นคงเหลือบวกดอกเบี้ยที่ค้างชำระจนถึงวันไถ่ถอนไปชำระให้ครบถ้วนนะคะ

  6. ทำสัญญากับธนาคารใหม่: นัดวันทำสัญญาสินเชื่อใหม่และโอนจำนองกับธนาคารใหม่ที่สำนักงานที่ดิน โดยควรนัดทั้งสองธนาคาร (เก่าและใหม่) ให้มาในวันเดียวกันเพื่อความสะดวกค่ะ

  7. ดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน: ไปยังสำนักงานที่ดินในเขตที่ทรัพย์สินของคุณตั้งอยู่ เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์จำนอง โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารคอยอำนวยความสะดวกให้ค่ะ

  8. มอบโฉนดให้ธนาคารใหม่: ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำโฉนดที่ได้รับจากสำนักงานที่ดินมอบให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการรีไฟแนนซ์ค่ะ

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านที่น่าสนใจ 👍

การรีไฟแนนซ์ไม่ได้มีแค่การลดดอกเบี้ยเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้ค่ะ

  • ลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย: เป็นข้อดีอันดับหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด เมื่อคุณได้อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม จะทำให้ยอดดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนและตลอดอายุสัญญาลดลงอย่างมากค่ะ

  • หักเงินต้นได้มากขึ้น: เมื่อภาระดอกเบี้ยลดลง เงินที่คุณผ่อนชำระในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปตัดเงินต้นได้ในสัดส่วนที่มากขึ้น ส่งผลให้เงินต้นคงเหลือลดลงเร็วขึ้น และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนถัดไปก็น้อยลงตามไปด้วยค่ะ

  • ค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง: ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง หรือการขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้ยาวขึ้น (หากเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ) ก็จะช่วยลดภาระค่าผ่อนบ้านต่อเดือนของคุณให้เบาลง ทำให้มีเงินเหลือไปใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ หรือเก็บออมได้มากขึ้นค่ะ

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ ⚠️

แม้ว่าการรีไฟแนนซ์จะช่วยประหยัดเงินได้มาก แต่ก็มีบางประเด็นที่คุณต้องพิจารณาอย่างรอบคอบนะคะ

  • เปรียบเทียบดอกเบี้ยตลอดอายุสินเชื่อ: อย่าดูแค่อัตราดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้นค่ะ แต่ควรคำนวณอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสินเชื่อของทั้งสัญญาเก่าและสัญญาใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าการรีไฟแนนซ์จะคุ้มค่าในระยะยาวค่ะ

  • ค่าใช้จ่ายแฝง: การรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้) ค่าอากร ค่าประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ และค่าประกันต่าง ๆ เช่น ประกันอัคคีภัย หรือประกันสินเชื่อ (MRTA) ซึ่งเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร คุณต้องนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคำนวณรวมด้วยนะคะ

  • เงื่อนไขสัญญาเดิม: ตรวจสอบสัญญากู้บ้านเดิมของคุณให้ดีก่อนว่าสามารถรีไฟแนนซ์ได้เมื่อใด เพราะหากคุณไถ่ถอนหนี้ก่อนกำหนดที่ธนาคารเดิมระบุไว้ คุณอาจจะต้องถูกปรับจากธนาคารเดิมได้ค่ะ

สรุปและกำลังใจจาก Luckproperty ค่ะ 😊

การตัดสินใจรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นบ้านเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญที่จะส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายของคุณในระยะยาวเลยนะคะ การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลาย ๆ ธนาคาร และพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะช่วยให้คุณประหยัดเงินดอกเบี้ยไปได้มหาศาลค่ะ

ที่ Luckproperty เราเข้าใจถึงความต้องการและข้อกังวลของทุกท่านในเรื่องอสังหาริมทรัพย์เสมอค่ะ ไม่ว่าคุณกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ หรือต้องการลดภาระหนี้ที่มีอยู่ เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมีบ้านในฝันและผ่อนบ้านได้อย่างสบายใจค่ะ!


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

  • Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)

  • 📞 โทร: 097-236-5987

  • 📞 โทร: 084-644-9282

  • 📱 LINE: @goodproestate

  • 🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com

  • 🌐 เว็บไซต์: www.goodproestate.com


#รีไฟแนนซ์บ้าน

#ลดดอกเบี้ยบ้าน

#สินเชื่อบ้าน

#ผ่อนบ้าน

#ธนาคารไหนดี

#อสังหาริมทรัพย์

#Luckproperty

#GoodProEstate